First Jobber101: เมื่อคำว่ามั่นคงไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

ฟังเสียงเด็กจบใหม่ ทำไม “ความมั่นคงขององค์กร” จึงไม่ใช่ปัจจัยหลักในการสมัครงานอีกต่อไป

สำหรับเด็กจบใหม่ในวันนี้ “ความมั่นคง” ของงาน ไม่ได้วัดจากอายุและชื่อเสียงขององค์กรเพียงอย่างเดียวอีกแล้ว

เมื่อถามถึงงานที่มองว่า “มั่นคง” คำตอบที่ได้กลับสะท้อนคำสำคัญอยู่สองคำ คือ โอกาส และ การเติบโต หลายคนอธิบายความหมายของงานที่มั่นคงในมุมที่คล้ายกัน เช่น

“นึกถึงงานที่ในปัจจุบันหรืออนาคตยังคงเป็นที่ต้องการอยู่”

“งานที่เปิดโอกาสให้เราได้เก่งขึ้นเรื่อย ๆ ในทุก ๆ วัน งานที่ได้เปิดโอกาสให้เราได้เรียนรู้อยู่ตลอด”

“งานที่มีโอกาสเติบโตในอนาคต เงินเดือนมีพอใช้ในชีวิตประจำวันและเหลือเก็บออม บริษัทมีทิศทางหรือเป้าหมายที่ชัดเจนที่จะมุ่งไป”

“งานที่มี Work-life Balance และช่วยให้เราได้เติบโตไปในทางที่เราอยากจะเป็น”

“งานที่ทำให้เราได้พัฒนาตัวเอง มีโจทย์ที่ทำให้รู้สึกว่าเราอยากทำงานตลอด”

.

สำหรับคนรุ่นใหม่ ความมั่นคงจึงไม่ใช่การหยุดนิ่ง
แต่คือการได้อยู่ในที่ที่ทำให้เรา “ขยับไปข้างหน้า” ได้ทุกวัน

นอกจากนี้เมื่อพูดถึง 3 ปัจจัยในการเลือกองค์กรของเหล่า First Jobber สิ่งที่ทุกคนให้ความสำคัญมีความคล้ายคลึงกันอย่างมาก 

1. ตำแหน่งงานต้องตรงกับสิ่งที่อยากทำ

ทุกคนให้ความสำคัญกับการได้ทำงานในสายที่สนใจจริง ๆ เพราะอยากจะเลือกและทำในสิ่งที่ตัวเองชอบหรือตรงกับสายงานที่สนใจก่อน

2. วัฒนธรรมและรูปแบบการทำงาน

  • เปิดโอกาสให้ได้ลองผิดลองถูก 
  • ทำงานแบบช่วยเหลือกัน ไม่ Toxic
  • มี Workflow ชัดเจน
  • บางคนให้ความสำคัญกับ WFH / Work from Anywhere เพื่อบาลานซ์ค่าใช้จ่ายและชีวิต

3. ธุรกิจและผลิตภัณฑ์ของบริษัท

บริษัททำอะไร? อยู่ในอุตสาหกรรมไหน?
เป็นสิ่งที่อยากเรียนรู้หรือเติบโตไปด้วยหรือไม่?

สังเกตจากคำตอบของทุกคนได้ว่า “ชื่อเสียงขององค์กร” ไม่ใช่ปัจจัยเดียวในการเลือกทำงานอีกต่อไป

จึงเป็นข้อสรุปว่า องค์กรที่คนรุ่นใหม่อยากร่วมงานด้วย ไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบ แต่ต้อง “พร้อมเติบโตไปด้วยกัน”

.

ภาพองค์กรในฝันจึงถูกสะท้อนออกมาในรูปแบบของ

  • องค์กรที่ให้อิสระทางความคิดสร้างสรรค์ เปิดรับไอเดียใหม่ ๆ และกล้าคิดนอกกรอบ
  • องค์กรที่มีเป้าหมายและทิศทางที่ชัดเจน
  • เห็นคุณค่าพนักงานในฐานะ “ทีมงานที่มีส่วนร่วมสร้างอนาคตขององค์กร” ไม่ใช่แค่แรงงาน
  • ให้ความสำคัญกับ Work-life Balance
  • พร้อมสอน พร้อมเติบโตไปด้วยกัน
  • มีสวัสดิการที่ดีและระบบการทำงานที่ชัดเจน

ในโลกที่เทคโนโลยี ธุรกิจ และรูปแบบการทำงานเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา แม้ทักษะที่เคยใช้ได้ดีเมื่อวาน ก็อาจต้องปรับใหม่ในวันพรุ่งนี้

First Jobber หลายคนโฟกัสที่การพัฒนาตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการเสริม Hard Skill ให้แข็งแรงขึ้น หรือการพัฒนา Soft Skill อย่างการสื่อสาร การทำงานเป็นทีม และการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้ก้าวหน้าขึ้น

เพราะในระยะยาวทุกคนมองว่า ความได้เปรียบที่แท้จริง ไม่ใช่แค่ความสามารถที่มีอยู่วันนี้
แต่คือ “การเติบโต” เพื่อที่จะไปได้ไกลกว่าเดิม

.

Blendata จึงอยากจะเป็นส่วนหนึ่งในการเป็นพื้นที่ที่ให้คนทุกคนได้เติบโต เรียนรู้ ทำงานและสร้างประสบการณ์ที่ต่อยอดและใช้ในสังคมได้ในระยะยาว

“ที่ Blendata เป็นบริษัทที่มีเทคโนโลยีที่น่าสนใจ และการทำงานยัง Flexible แบบสุดๆๆ”

“ความน่าเชื่อถือของบริษัทและ Culture ของคนในองค์กร ซึ่งจะเห็นได้ตั้งแต่วันที่สัมภาษณ์ ได้สัมผัสถึงความเป็นกันเอง และมุมมองของบริษัทว่าอยากจะเติบโตยังไง ต้องการให้องค์กรมี Culture แบบไหน การให้ความสำคัญกับพนักงาน การไม่มีขั้นระหว่างหัวหน้าลูกน้อง ไม่มีความ Toxic ในที่ทำงาน”

“ได้ฝึกงานที่นี่ตอนเรียนมหาลัยแล้วรู้สึกชอบบริษัทนี้เพราะตอบโจทย์ทุกอย่างที่เราต้องการ”

“จาก Product ของบริษัท คิดว่าถ้าทำที่นี่ น่าจะได้เรียนรู้เทคโนโลยี ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับปัจจุบัน น่าจะทำให้เราได้ก้าวไปข้างหน้า ได้พัฒนาระดับความรู้เราให้กว้างขึ้น รวมถึงบริษัทมีความน่าเชื่อถือ และเป็นที่รู้จักในวงการคนทำงานสายนี้”

“Blendata ทำ Product ที่เราคิดว่าเหมาะกับอนาคตในเรื่อง Big Data ที่กำลังมาในธุรกิจต่าง ๆ”

ดังนั้น สำหรับ First Jobber รุ่นใหม่ ความมั่นคงของงานจึงไม่ได้หมายถึงการอยู่ที่เดิมให้นานที่สุด แต่คือการได้อยู่ในที่ที่ทำให้เราได้พัฒนาศักยภาพของตัวเอง

มาร่วมเรียนรู้และเติบโตไปพร้อมกันกับ Blendata เรากำลังเปิดรับคนรุ่นใหม่เข้าร่วมทีม โดยสามารถดูตำแหน่งงานที่เปิดรับได้ที่ https://blendata.com/job/ 

.

และขอบคุณ First Jobber ของ Blendata ทุกคน ที่ร่วมแบ่งปันมุมมองและประสบการณ์การเริ่มต้นเส้นทางการทำงานผ่านการสัมภาษณ์ในบทความนี้

Content First Jobber 101

สุดท้ายนี้สิ่งที่เด็กจบใหม่ อยากบอกทุกคนก็คือ…

“สู้ๆครับทุกคน อย่าท้อครับ ท้อมีไว้ให้ลิงถือ”

“ช่วงจบใหม่หลายๆคนอาจจะรู้สึกไม่ดี พอมีเพื่อนเริ่มได้งานกันบ้างแล้ว แต่เรายังไม่ได้งาน ยื่นสมัครไปแล้วเงียบหาย อยากให้คิดว่าการหางานคือการหาสิ่งที่เราจะต้องใช้เวลาอยู่กับมันจริงๆ บริษัทมีสิทธิเลือกเราและเราก็มีสิทธิเลือกบริษัท อย่าเพิ่งกดดันตัวเองจนรีบตอบตกลงงานเพียงเพราะต้องรีบมีงานทำเหมือนเพื่อน แต่ให้มองหาที่ที่รู้สึกว่าใช่ที่ของเราจริงๆ งานแรกสำคัญมากเป็นงานที่จะสอนให้เราได้เรียนรู้จริงๆ ค่อยๆหาค่อยๆเลือก สักวันจะได้เจอโอกาสที่ใช่และเหมาะสมกับเรา”

“การทำผลงานเก็บไว้เป็น Portfolio เพื่อใช้สมัครงานเป็นเรื่องสำคัญ หางานที่จะทำให้ตัวเราเองมีโอกาสเติบโตในอนาคต”

“ช่วงหางาน มันยิ่งกว่าคำว่าท้อแหละ มันทั้งเคว้ง ทั้งเครียด ตอนนั้นตั้งคำถามกับตัวเองว่า เราเก่งไม่พอหรือเปล่า หรือเราไม่มีความสามารถ เลยไม่มีที่ไหนรับเรา แต่เชื่อเถอะว่าชีวิตกำลังคัดสิ่งดี ๆ มาให้เรา สิ่งที่เข้ากับเรา สิ่งที่เราทำแล้วจะได้เรียนรู้ อดทนเข้าไว้ เดี๋ยวก็ผ่านไปได้ทุกเรื่อง อีกนิดเดียว”

“อย่ายอมแพ้กับการหางานครับ”

Share